แหล่งช้อปปิ้ง สินค้าและการบริการ ที่ได้รับความนิยม

ร้านค้าและแหล่งจำหน่ายสินค้าต่างๆ โดยทั่วไป หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า เครื่องประดับ

แผ่นซับเสียงที่ช่วยแก้ปัญหาเวลาเกิดการเสียงดัง

by admin - May 14th, 2017

ภายในท้องตลาดมีให้ท่านคัดเลือกซื้อแผ่นซับเสียงหลากหลายตั้งแต่ Gypsum, Perforated panels, ชานอ้อย, โฟม, แท่งใยแก้ว-ใยหิน หุ้มผ้า กระดาษอัด หรือว่าทรงแผ่นโพลิเอสเตอร์ ทั้งหลายทั้งมวลต่างในเรื่องของราคา ความทนทานระยะยาว คุณต้องซักถามเวลารับประกันของผลิตภัณฑ์ ความคงทน รวมถึงความปลอดภัยของแผ่นซับเสียงนั้น ๆ จากพนักงานขาย เนื่องจากเสียงก้องเป็นคุณลักษณะที่ปรากฏจากตัวของห้องเองมิใช่เกิดจากความผิดพลาดปกติของต้นลำโพงหรือแหล่งที่มาเสียงใด ๆ ที่เราประสงค์ขจัดปัญหา เพราะเช่นนั้นการแก้ไขปัญหาลำโพงหรือต้นตอเสียงด้วยวิธีต่าง ๆ เกือบจะไม่มีผลในการลดเสียงกังวานสะท้อนภายในห้องของคุณเลย

การเลือกซื้อแผ่นซับเสียงจะยากขึ้นไปอีกเมื่อคุณทราบว่าแม้แต่ทว่าการทดสอบแผ่นซับเสียงตัวอันเดียวกัน แต่ต่างกัน Acoustic Lab กันค่าที่ได้รับอาจไม่เสมอกัน หากผู้ก่อตั้งเลือกคัดใช้ห้องปฏิบัติการช่องเสียงที่เคร่งครัดแผ่นซับเสียงที่ถูกติดตั้งลงบนห้องทดสอบเพื่อจะทดลองจงปกคลุมพื้นที่ขอบทั้งหมดที่ไม่ได้รองรับการปกปิดจะซับเสียงได้เพิ่มอีก การใช้แผ่นซับเสียงประเภทเปิดขอบจะเพิ่มได้เยอะกระทั่งถึง 5-10% ซึ่งมิใช่เรื่องราวเล็ก ๆ อาจทำให้ค่า NRC เพิ่มหรือเบาลงได้เลยทีเดียว แผ่นซับเสียงเสียงส่วนมากขณะติดตั้งจริงกับฝาผนังมักจะไม่มีขอบที่ช่วยดึงดูดซับเสียงเพิ่มเติม แต่ทว่าอย่างไร Lab Report ที่ชัดเจนจะกำหนดถึงการปิดหรือว่าไม่ปิดขอบของแผ่นซับเสียงในขณะกระทำการทดลองที่อาจจะทำให้ค่า NRC สูงขึ้นหรือน้อยลงได้

ถ้าคุณกำลังเลือกซื้อหาแผ่นซับเสียง ประเภท ขนาด ราคา รูปทรง ตลอดจนกระทั่งคำโฆษณาจากคนขายพร้อมกับศักยภาพในการซับเสียงของแผ่นซับเสียงคงทำเอาคุณไขว้เขวไม่มากก็เล็กน้อย คำถามที่เจอสม่ำเสมอคือจะทราบได้อย่างไรว่าแผ่นซับเสียงตัวไหนที่น่าจะเลือกใช้พร้อมกับปัญหาเสียงกังวานที่เรากำลังเผชิญอยู่ ยิ่งห้องมีสัดส่วนที่ใหญ่โตขึ้นเท่าไหร่เสียงยิ่งเคลื่อนได้ยาวนานมากขึ้น การก้องสะท้อนก็จะเยอะขึ้นไปด้วย การแก้ไขเสียงก้องเสียงสะท้อนที่เหมือนที่สุดคือการเพิ่มเติมศักยภาพในการซับเสียงของห้องให้เพิ่มขึ้นจนสมควรกับสภาพการใช้งานของห้องนั้น ๆ อาจประกอบโดยใส่แผ่นซับเสียง การเพิ่มเติมจำนวนผู้ใช้งานภายในห้องหรือว่าการแก้สัดส่วนของห้องให้มีขนาดน้อยลง

บริการทำความสะอาดที่อาศัยด้วยหุ้นส่วนอย่างผู้ชำนาญ

by admin - April 19th, 2017

ให้บริการทำความสะอาด บ้านพักอาศัย และ ที่พักอาศัย ด้วยเจ้าหน้าที่ล้างที่มีความชำนาญผ่านการฝึกอบรม กิริยาที่เรียบร้อย มีความนึกคิด และความสามารถเฉพาะด้านการบริการสูง ล้างชั้นในอย่างละเอียดทุกซอก ทุกมุมด้วยคณะทำงานที่มีความถนัดเฉพาะด้านผ่านการฝึกอบรมการชำระล้าง ที่อาศัย และมีประสบการณ์ด้านการทำความสะอาดมาช้านาน

 

บริการทำความสะอาดอาคารที่ทำการ

คลีนนิ่ง โซลูชั่น ให้บริการทั้งสมาคมขนาดเล็กไปจนกระทั่งขนาดใหญ่ ด้านในและข้างนอก ทั้งแบบบ่อยและเป็นระยะเวลา

 

บริการทำความสะอาดโรงงานอุตสาหกรรม

คลีนนิ่ง โซลูชั่น ให้บริการทำความสะอาดโรงงานอุตสาหกรรม เพราะว่าผู้ปฏิบัติงานที่ได้การฝึกฝนเป็นการเฉพาะ เพื่อให้ทราบ และปฏิบัติการโดยเคร่งถึงกฏระเบียบกฎข้อบังคับของโรงงาน โดยไม่เกี่ยวข้องไม่ก็ก้าวล่วงเข้าในวิธีการผลิตหรือพื้นที่ห้าม

 

บริการทำความสะอาดศูนย์การค้า

คลีนนิ่ง โซลูชั่น บริการทำความสะอาดแบบโดยทั่วไปไม่ก็เป็นช่วงเวลา ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีก สถานออกกำลังกาย ไม่ก็สถานประกอบกิจการเชิงการค้าทั่วไป ที่ปรารถนาความสะอาดและความเรียบร้อย ที่จะสร้างความประทับใจแก่ผู้บริโภคและผู้มาใช้บริการ

บุคลากรมีพื้นฐานความเข้าใจสิ่งแวดล้อมหน้าที่ในดีพาร์ทเมนต์สโตร์ที่จะเป็นหน่วยช่วยเหลือด้านความสะอาดเป็นการเฉพาะ

มีความสามารถเฉพาะและความชำนาญในการใช้เครื่องใช้ไม้สอยซักล้างพิเศษบางชนิดที่ใช้เฉพาะภายในดีพาร์ทเมนต์สโตร์เท่านั้น

สนใจติดต่อ http://www.cleaningsolution.co.th

การดูแลรักษาฮีตเตอร์

by admin - April 8th, 2017

เป็นที่ทราบกันดีว่าฮีตเตอร์นั้นมีอายุการใช้งานที่ไม่ยาวนานมากนัก เนื่องจากลักษณะการใช้งานที่มีความเกี่ยวข้องกับความร้อนอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เสื่อมสภาพการใช้งานได้ง่าย แต่หากผู้ใช้งานมีการเรียนรู้หรือศึกษาการใช้งานฮีตเตอร์เป็นอย่างดีแล้วก็สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานฮีตเตอร์ได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

  • ไม่ควรใช้งานฮีตเตอร์เกินกว่าค่ากำหนดของเครื่อง หรือการจ่ายไฟให้เกินกว่าค่าแรงดันไฟที่ระบุไว้
  • โดยปกติในชุดฮีตเตอร์จะมีเส้นฮีตเตอร์ 1 เส้น แต่หากว่ามีมากกว่า 1 เส้น ก่อนและหลังการใช้งานทุกครั้งควรตรวจสอบการต่อขั้วไฟหรือการต่อสะพานไฟเพื่อป้องกันการชำรุดของเครื่องทำความร้อน
  • ควรดูแลขั้วไฟของฮีตเตอร์ให้สะอาดอยู่เสมอ
  • ควรเรียนรู้รูปแบบการใช้งานฮีตเตอร์แต่ละชนิดก่อนการใช้งานไม่ว่าจะในเรื่องของสภาพอากาศ หรือสภาพแวดล้อมในการใช้งาน
  • ควรเรียนรู้ถึงข้อจำกัดในการใช้งาน เช่นหากใช้ฮีตเตอร์ในสภาพอากาศที่ร้อนตลอดเวลา ก็ควรใช้เครื่องในบริเวณที่มีลมถ่ายเทตลอด และไม่ควรปล่อยให้ของเหลวแห้งขอดเพราะอาจทำให้การทำความร้อนของเครื่องไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร
  • หมั่นตรวจสอบตัวควบคุมอุณหภูมิ(Thermostat) ว่าอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้เป็นปกติ เพราะหากว่าตัวควบคุมอุณหภูมิเสียก็จะส่งผลให้ฮีตเตอร์ทำงานหนักกว่าปกติได้
  • หมั่นตรวจสอบเรื่องของตะกรัน หรือคราบสิ่งสกปรกที่อาจส่งผลเสียกับตัวฮีตเตอร์ หรืออาจส่งผลให้เกิดความร้อนสะสมจนทำให้ฮิตเตอร์เกิดความเสียหายเช่นมีรอยร้าวหรือแตกปริได้
  • หากใช้งานฮิตเตอร์ที่มีความแนบติดกับชิ้นงานหรือใส่ลงไปในช่องชิ้นงาน ให้เลือกฮิตเตอร์ที่มีขนาดเหมาะสมและแนบกับชิ้นงานมากที่สุด เพราะจะสามารถถ่ายเทความร้อนได้ดีที่สุดเช่นกัน

 

การเตรีมตัวก่อนผ่าตัดแปลงเพศ

by admin - March 21st, 2017

ก่อนการผ่าตัดแปลงเพศนั้น  แน่นอนว่าจะต้องมีการเตรียมตัวก่อนที่จะเข้าทำการผ่าตัดแปลงเพศ  การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดแปลงเพศ มีดังนี้

1.งดน้ำและอาหารตามแพทย์สั่ง 8 ชั่วโมง ก่อนการผ่าตัดแปลงเพศ

2.ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนการผ่าตัดแปลงเพศ

3.หยุดใช้ยาฮอร์โมน 4 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด ทุกชนิด

4.ในกรณีที่มีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาประจำ ให้แจ้งแพทย์ในวันที่นัดปรึกษา เนื่องจากยาบางชนิดอาจต้องแจ้งให้วิสัญญีแพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด

5.ยาที่แนะนำให้หยุดทานก่อนการผ่าตัด 2 สัปดาห์ ได้แก่ ยากลุ่ม แอสไพรินหรือบลูเฟน วิตามินอี สมุนไพรบางชนิด เช่น กระเทียม ใบแปะก๊วย เนื่องจากยาและสมุนไพรดังกล่าวมีผลทำให้เลือดออกง่าย

6.ควรงดสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนผ่าตัด 4-6 สัปดาห์

7.ควรลาหยุดงาน 3-4 สัปดาห์ เพื่อสำหรับการผ่าตัด และการพักฟื้นหลังผ่าตัด

8.ควรมีญาติมาด้วยในวันผ่าตัด เพราะ 1-2 วันแรกจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดี และไม่ควรขับรถมาเองในวันผ่าตัด

9.ควรอาบน้ำชำระล้างร่างกายก่อนผ่าตัด เนื่องจากหลังผ่าตัดจะไม่สามารถอาบน้ำได้ประมาณ 6 วัน

10.ไม่ควรนำสิ่งของมีค่าติดตัวมาในวันผ่าตัด

11.นำหนังสือที่ชอบอ่าน หรือ DVD ที่ชอบดู เตรียมไปที่โรงพยาบาล เพื่อใช้ในช่วงหลังผ่าตัดวันที่ 3 และ 4

12.เตรียมเสื้อผ้าที่ใส่หลังผ่าตัด ควรเตรียมกระโปรงหลวมๆ ไม่ควรใส่กางเกงเพราะจะทำให้เจ็บแผล

13.ในกรณีที่ผล HIV เป็นบวก อาจต้องตรวจ CD4 ถ้าอยู่ในเกณฑ์ปกติ จะสามารถทำการผ่าตัดได้ แต่ถ้ามีค่า CD4 ต่ำกว่าปกติ ควรทำการรักษาโรค HIV ก่อน จนค่า CD4 ปกติดี  ผู้ที่มีผลเลือดเป็นบวก จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 100 %

14.ในวันก่อนผ่าตัดถ้าเป็นไข้หวัด หรือไม่สบายควรเลื่อนการผ่าตัดไปก่อน

15.ถ้ามีโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่น เช่น หูดหงอนไก่ เริม แผลริมอ่อน ควรรักษาให้หายก่อนนัดผ่าตัด เนื่องจากหลังผ่าตัดการรักษาการติดเชื้อทำได้ยาก

 

 

1

by admin - March 15th, 2016

1

.

by admin - February 12th, 2016

.

.

by admin - January 18th, 2016

.

.

by admin - January 12th, 2016

.

การสร้างวินัยและความรับผิดชอบให้กับเด็กที่มีวินัยในตนเองและมีความรับผิดชอบในปัจจุบัน

by admin - June 19th, 2015

13

สำหรับเด็กวัยเรียนควรเสริมสร้างพัฒนาทักษะชีวิตพื้นฐานที่สำคัญ 2 ด้าน 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ทักษะชีวิตด้านเจตคติ 2 องค์ประกอบ คือ ความภูมิใจในตนเอง ความตระหนักรู้ในตนเองหรือการมีวินัยและความรับผิดชอบ ส่วนทักษะชีวิตด้านทักษะอีก 2 องค์ประกอบ คือ การสร้างสัมพันธภาพ และการสื่อสารหรือทักษะทางสังคมนั่นเอง ทักษะชีวิตดังกล่าวนี้จะเป็นพื้นฐานด้านบุคลิกภาพที่สำคัญที่เด็กควรได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง

ความภูมิใจในตนเองคือ ความคิดความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า มีความภูมิใจ เห็นคุณค่าความสามารถของตนเอง มีความมั่นใจในการคิด ตัดสินใจ มีการแสดงออก สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีความสุข ประสบความสำเร็จ สร้างประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม เด็กวัยเรียน จะเป็นวัยที่พัฒนาความรู้สึก ความรับผิดชอบในตนเอง เป็นวัยที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ อยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกต สนใจสิ่งต่างๆ ชอบคิด ชอบทำ แก้ปัญหาได้ มีความขยัน ตั้งใจ ต้องการความสำเร็จ เป็นคนเด่น เป็นคนสำคัญ เป็นที่นิยมชมชอบของผู้ใหญ่ จึงเป็นวัยที่สามารถสร้างเสริมพัฒนาบุคลิกภาพ ปลูกฝังความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับคุณค่า ความภูมิใจในตนเอง เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณค่าต่อไป

การมีวินัยและความรับผิดชอบเด็กที่มีวินัยในตนเองและมีความรับผิดชอบ จะเป็นเด็กที่สามารถบังคับตนเองให้ปฏิบัติตนให้ถูกกาลเทศะ ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคม เคารพสิทธิของผู้อื่น ทำตามหน้าที่ของตน และมีความซื่อสัตย์สุจริต โดยไม่ต้องมีผู้ควบคุมหรือลงโทษ หากผู้ใหญ่เสริมสร้างความมีวินัยในตนเองและความรับผิดชอบให้กับเด็กวัยเรียน จะทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะปรับตัวและยอมรับกติกา กฎระเบียบของกลุ่ม ของโรงเรียน เข้าใจสิทธิของผู้อื่น ยอมรับฟังความคิดเห็น มีความอดทน อดกลั้น ควบคุมตนเองได้ และสามารถปรับตัวอยู่ในกลุ่มสังคมได้อย่างภาคภูมิ

ทักษะทางสังคมคือการที่เด็กสามารถแสดงออกเหมาะสมกับกาลเทศะ เป็นที่ยอมรับในสังคม เด็กวัยเรียนเป็นช่วงสำคัญสำหรับเตรียมตัวเข้าสู่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ เริ่มเรียนรู้มารยาททางสังคม เรียนรู้ที่จะทำกิจกรรมอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่นอกเหนือไปจากคนในครอบครัวเด็กที่มีทักษะชีวิตที่ดี จะช่วยให้เด็กรู้จักที่จะอยู่กับตัวเองรู้จักที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความบากบั่น รู้จักคิด พบปัญหา สามารถแก้ไขได้ รู้จักปรับตัวที่จะอยู่ในสังคมได้ เป็นภูมิคุ้มกัน สร้างความเข้มแข็งให้เด็กรู้จักดูแลตนเองและพึ่งตนเองได้ในที่สุด

การสร้างระบบภูมิต้านทานโรคในเด็กเล็ก

by admin - May 21st, 2015

baby-swimming
ลูกน้อยจะมีภูมิต้านทานมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของเด็กว่าสามารถปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม เช่น เชื้อโรคต่างๆ ได้แก่ แบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต รา พยาธิ หรือแม้กระทั่ง สารก่อภูมิแพ้ ฯลฯ โดยปกติแล้วร่างกายจะมีระบบภูมิคุ้มกัน 2 ลักษณะคือ ระบบภูมิคุ้มกันที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ได้แก่ ผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการป้องกันและกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคออกจากร่างกายที่เห็นได้ชัด เช่น เสมหะที่คอยดักจับเชื้อโรค น้ำมูก น้ำลาย น้ำตา ที่คอยชะล้างเชื้อโรคออกไปจากเยื่อบุต่างๆ เป็นต้น และภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นภายหลัง หากเชื้อโรคสามารถฝ่าด่านแรกเข้าสู่ใต้เยื่อบุหรือผิวหนังที่มีบาดแผลได้แล้ว เซลล์ต่างๆของระบบภูมิคุ้มกัน เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาวจะพยายามกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้ให้ออกไปจากร่างกาย

เด็กๆควรได้รับสารอาหารจำเป็นในปริมาณที่เหมาะสมตามปริมาณที่แนะนำโดยกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งนอกจากสารอาหารที่ได้จากอาหารทั้ง 5 หมู่แล้ว การดื่มนมยังเป็นอีกทางหนึ่งในการสร้างโภชนาการที่ดีให้กับเด็ก 70% ของภูมิต้านทานเกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร ดังนั้นเมื่อลูกได้รับโภชนาการที่มีพรีไบโอติก ทำให้มีระบบทางเดินอาหารที่ดี เนื่องจากจุลินทรีย์ทีมีประโยชน์ต่อลำไส้ จะช่วยยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆในลำไส้ จนไม่สามารถก่อโรคภัย ส่งผลให้ลูกมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ดังนั้นโภชนาการที่ดีจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ลูก

แหล่งที่มาของระบบภูมิคุ้มกัน

• ภูมิต้านทานจากแม่ ซึ่งส่งผ่านมาทางรกตั้งแต่ลูกน้อยยังอยู่ในครรภ์ ซึ่งภูมิต้านทานนี้จะค่อยๆ ลดลงและหมดไปเมื่อทารกอายุ 6 เดือน
• นมแม่ หากทารกได้กินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดต่อเนื่องไปจนกระทั่ง 2 ปี หรือนานกว่านั้น ก็จะยิ่งทำให้มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น
• ร่างกายสร้างขึ้นเอง เมื่อเด็กเติบโตขึ้นร่างกายจะค่อยๆสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นเอง เมื่อมีการติดเชื้อตามธรรมชาติ โดยระบบภูมิคุ้มกันจะสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อเหล่านั้นและส่วนใหญ่คงอยู่ในร่างกายตลอดชีวิต
• การรับวัคซีน ซึ่งเป็นการเลียนแบบการติดเชื้อในธรรมชาติ โดยใช้เชื้อที่ทำให้อ่อนฤทธิ์หรือบางส่วนของเชื้อที่มีคุณสมบัติเป็น antigen เข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันโดยไม่เกิดโรคอย่างการติดเชื้อโดยธรรมชาติ

เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน

by admin - March 30th, 2015

24

เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน มนุษย์ได้นำความรู้เทคโนโลยีด้านต่างๆมาพัฒนาและประดิษฐ์คิดค้น เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในชีวิตประจำวัน เช่น โทมัส อัลวา เอดิสัน ได้นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ด้านการก่อกำเนิดกระแสไฟฟ้า มาพัฒนาเป็นหลอดไฟฟ้า เพื่อให้แสงสว่างแทนการใช้แสงสว่างจากเทียนไขหรือตะเกียงน้ำมันเหมือนในอดีต เราจะสังเกตได้ว่า ปัจจุบันมนุษย์จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในการดำรงชีวิตประจำวันโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ในฐานะครูคนแรกของลูก จึงมีบทบาทอย่างยิ่งในการสอนให้ลูกรู้จักและเรียนรู้ ชื่อ หน้าที่และวิธีการใช้งานของสิ่งอำนวยความสะดวกชนิดต่างๆล้อมรอบตัวลูก รวมถึงภัยอันตรายที่ลูกพึงระวังอันเกิดจากใช้งานเทคโนโลยีนั้นๆ เช่น เตารีด มีหน้าที่กำเนิดความร้อน เพื่อให้เสื้อผ้าที่ลูกใส่เรียบ แต่เมื่อร่างกายสัมผัสความร้อนโดยตรงจากเตารีด จะทำให้ร่างกายเจ็บปวดและเป็นแผลพุพอง ดังนั้นลูกไม่ควรอยู่บริเวณใกล้เตารีด เวลาที่พ่อแม่กำลังใช้เตารีด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการกระทบกระแทกเตารีดร้อนๆ เป็นต้น

การสอนลูกเรื่องเทคโนโลยีต่างๆนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครอง สามารถสอนผ่านกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันได้ตลอดเวลา โดยสอดแทรกความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อฝึกทักษะการสังเกตและเปรียบเทียบให้แก่ลูกอยู่เป็นนิจ รวมทั้งความรู้ด้านจริยธรรม เพื่อปลูกฝังให้ลูกมีความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม เช่น ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีภายในบ้าน เรื่องพัดลม พ่อแม่สอนให้ลูกมีความเข้าใจเทคโนโลยีและการสื่อสาร จากกิจกรรมดังนี้กิจกรรมวิทยาศาสตร์ พัดลมมีหน้าที่กำเนิดลม เพื่อคลายความร้อน พ่อแม่ ผู้ปกครองแนะนำให้ลูกสังเกตกระบวนการทำงานของพัดลม เช่น ลมจะเกิดเมื่อใบพัดหมุน ใบพัดหมุนเมื่อเสียบปลั๊ก การเสียบปลั๊ก หมายถึง การต่อกระแสไฟฟ้า หลัง จากนั้นให้ลูกสังเกตอุปกรณ์ชนิดอื่นๆที่ช่วยในการกำเนิดลมและความเย็น เช่น เครื่องปรับอากาศ หรือ พัดธรรมดา เพื่อให้ลูกได้เปรียบเทียบความแตกต่างของพลังงานลมที่ลูกได้สัมผัสกิจกรรมคณิตศาสตร์ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ทดลองให้ลูกกดปุ่มสวิตซ์ที่กำหนดค่าพลังงานลมที่แตกต่างกันโดยเรียงจากตัวเลขน้อยไปมาก หรือน้อยไปมากก็ได้ เพื่อสอนให้ลูกเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลขกับพลังงานลมที่ลูกได้สัม ผัส เช่น กดเลข 1 ใบพัดจะหมุนช้า ทำให้รู้สึกเย็นน้อยกว่าเมื่อลูกกดเลข 3 เป็นต้น

การป้องกันปัญหาภาวะโภชนาการในเด็ก

by admin - February 26th, 2015

ภาวะแคระแกร็นและการขาดโภชนาการของเด็กในประเทศไทยเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะทำให้สมองของเด็กไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งส่งผลเสียระยะยาวในด้านต่างๆของชีวิต ดังนั้นการลดระดับภาวะแคระแกร็นและปัญหาโภชนาการของเด็กสามารถทำได้โดยวิธีการต่างๆเช่น การปรับปรุงโภชนาการของสตรีโดยเฉพาะก่อน ระหว่าง และหลังการตั้งครรภ์ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรกของชีวิต การให้อาหารเสริมที่มีคุณภาพและสารอาหารรองในเวลาที่ปลอดภัยและเหมาะสม อย่างไรก็ตามช่วงระยะเวลามีความสำคัญมาก การดำเนินการต่างๆควรมุ่งเน้นไปที่ช่วงเวลาการตั้งครรภ์และช่วงสองขวบปีแรกของเด็ก

โรคขาดสารอาหารมักจะเกิดกับเด็กเล็กตั้งแต่ เด็กแรกเกิดจนถึงเด็กวัยเรียน ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่ร่างกายของเด็กมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วโดย เฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของสมอง ในช่วงนี้หากเด็กขาดการดูแลทางด้านโภชนาการที่ดีทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติ เมื่อเลยช่วงเวลาที่สำคัญนี้ไปแล้วแม้ว่าเด็กจะได้รับการแก้ไขโดยบำรุงด้วยอาหารต่างๆที่มีคุณค่าทางโภชนาการก็ไม่อาจชดเชยความสูญเสียที่เกิดจากการขาดสารอาหารในช่วงปฐมวัยได้ มักเกิดจากพฤติกรรมและนิสัยส่วนตัวในการกินอาหารและด้วยปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ จึงทำให้เด็กต้องกินอาหารเท่าที่พ่อแม่จะหามาได้ การดูแลเรื่องการกินอาหารของเด็กในวัยเรียนเหล่านี้จะเห็นว่าเด็ก ไม่ได้กินตามหลักโภชนาการแต่กินเพียงเพื่อให้อิ่มท้องและอยู่รอดเท่านั้น ส่วนมากคนที่มีความสำคัญที่ต้องคอยดูแลในเรื่องโภชนาการของเด็กคือ พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูที่ไม่ค่อยมีเวลาหรือตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้

การเกิดปัญหาภาวะโภชนาการในเด็ก นอกจากส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาของเด็กแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพของเด็กเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ด้วย โดยจะเกิดปัญหาโรคเรื้อรังง่ายขึ้น เช่น เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง ข้อเสื่อม เป็นต้น ดังนั้นควรให้เด็กบริโภคอาหารที่เหมาะสมทุกวันโดยเฉพาะอาหารมื้อเช้า ให้บริโภคคอาหารที่มีคุณค่าและในปริมาณที่เพียงพอ อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด แนะนำให้เป็นอาหารที่บริโภคง่ายและมีสารอาหารครบถ้วน เด็กที่ได้รับอาหารเช้าจะสามารถทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งเรียนได้เต็มที่ เพราะมีสารอาหารที่มีคุณค่าพร้อมหล่อเลี้ยงร่างกายและสมอง ซึ่งในทุกมื้อควรมีสารอาหารสมดุลครบถ้วนทั้ง 5 หมู่

ทักษะทางสังคมและอารมณ์ที่มีความสำคัญมากสำหรับเด็กวัย 3-6 ปี

by admin - January 29th, 2015

6

ทักษะทางสังคมและอารมณ์มีความสำคัญมากสำหรับเด็กวัย 3-6 ปี เพราะการจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีจะต้องได้รับการปลูกฝังที่ดีตั้งแต่ช่วงวัยที่ยังเป็นต้นกล้าอ่อนๆ เช่นเดียวกับเด็กวัย 3-6 ปี เด็กที่มีทักษะทางอารมณ์และสังคมที่มั่นคง จะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ พ่อแม่และคนในครอบครัวจึงต้องช่วยกันพัฒนาให้เด็กมีความเชื่อมั่นในตนเอง การเลี้ยงลูกให้รู้จักควบคุมตนเอง และสอนให้รู้วิธีการสร้างเพื่อน และการอยู่ในสังคมได้อย่างดี มีมารยาท รู้จักระเบียบวินัย และที่สำคัญคือ รู้จักการแบ่งปัน ความเชื่อมั่นในตนเองของเด็ก หมายถึง การมีทัศนคติที่ดีในการใช้ชีวิต ไม่กลัวที่จะพยายามทำสิ่งใหม่ๆ ไม่ท้อถอยกับสิ่งที่ยากขึ้น และมีความพยายามที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จ การเรียนรู้ที่จะควบคุมตนเอง หมายถึง การสร้างการรับรู้ด้านอารมณ์ให้กับเด็ก เพื่อให้เขารู้จักควบคุมตนเอง สามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ เมื่อโกรธหรือหงุดหงิดก็จะไม่แสดงออกด้วยการโวยวาย ตะโกนเสียงดัง แต่จะใช้การพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา เด็กที่ได้รับการดูแลและอบรมจากพ่อแม่ให้เด็กรู้จักวิธีการจัดการกับอารมณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการพูดคุย เช่น โดนเพื่อนตี เด็กบอกเพื่อนไปว่า “ฉันไม่ชอบที่เธอตีฉัน หยุดเดี๋ยวนี้” หรือ ถ้ามีเพื่อนมาแย่งของเล่น ถ้าเด็กเรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเองให้ได้ เด็กจะบอกเพื่อนว่า “ฉันยังเล่นของเล่นนี้อยู่ ถ้าเธออยากเล่นต้องรอให้ฉันเล่นเสร็จก่อน”

ขั้นตอนการเตรียมตัวเด็กวัย 3-6 ปีเพื่อเข้าสู่สังคมพ่อแม่ควรจำลองสถานการณ์วันพบเพื่อนใหม่ในห้องเรียน ถ้ารู้จักชื่อครูและเพื่อนที่จะได้เจอก็จะยิ่งดี ทำป้ายชื่อไปติดที่ตุ๊กตาหรือหุ่นยนต์ หรือของเล่นของเด็ก และให้เด็กซ้อมพูดแนะนำตัวกับเพื่อนๆ ด้วยหัดให้เด็กสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนผ่านให้สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ หรือทำอาหารไปแบ่งให้เพื่อนกินที่โรงเรียน โดยในขั้นตอนการทำ เด็กจะได้เป็นผู้ช่วยพ่อแม่ทำสิ่งเหล่านี้ด้วยตนเอง เมื่อเพื่อนได้รับของที่ทำจากความตั้งใจ เด็กจะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นด้วยเมื่อเด็กได้พบเพื่อนใหม่ พ่อแม่ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสให้เด็กเลือกเพื่อนที่เขาอยากทำความรู้จักด้วยตัวเอง ในตอนแรก เด็กอาจจะยังไม่กล้า แต่ถ้าร้องเพลงด้วยกัน เล่นสนุกด้วยกัน ความสนิทสนมจะเกิดขึ้นได้เอง วันแรกของเพื่อนใหม่และโรงเรียนใหม่ เมื่อเด็กกลับมาแล้ว พ่อแม่ควรชวนเด็กพูดคุย ให้เด็กเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไรบ้าง และพ่อแม่ควรฟังอย่างตั้งใจ ความใส่ใจจะทำให้เด็กรู้ว่า พ่อแม่มองเห็นคุณค่าของมิตรภาพที่เขาสร้างขึ้น และแนะนำให้หาสมุดบันทึกเล่มเล็ก คอยจดบันทึกว่า เด็กเอ่ยชื่อเพื่อนคนไหนบ่อยๆ หรือชอบทำกิจกรรมอะไรกับเพื่อนคนไหน หลังจากนั้นพ่อแม่ควรพูดคุยกับพ่อแม่ของเพื่อนลูกคนนั้นบ้าง หรือชวนเพื่อนลูกมาทำกิจกรรมที่บ้านในวันหยุดหรือโอกาสพิเศษ ก็จะช่วยสานไมตรีให้กับเด็กได้ด้วย

การพัฒนาทักษะของเด็กเพื่อที่จะมีชีวิตเป็นของตนเอง

by admin - December 15th, 2014

การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งจะเป็นกุญแจที่นำไปสู่ความสำเร็จ โดยการฝึกฝนสมองซีกขวาตั้งแต่ยังเป็นทารก ซึ่งจะทำให้เด็กพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐานได้ด้วยตนเองอย่างไม่ยาก หากทักษะที่จะนำมาซึ่งการเรียนรู้ของเด็กนั้นมีอยู่มาก ก็จะสามารถตอบสนองกับการเรียนรู้ในทุกๆด้านได้อย่างยอดเยี่ยม การพัฒนาทักษะพื้นฐานของเด็กนั้นมีความสำคัญมากที่สุดในช่วงของการศึกษาระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษา มากไปกว่านั้นได้สร้างสรรค์วิธีในการเพิ่มทักษะขั้นพื้นฐานให้กับเด็กๆตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์และตอนเป็นทารก

ปัจจุบันเด็กส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายในทุกเรื่อง

ไม่ว่าจะเป็นเด็กในเมืองหรือในชนบท พวกเขามีสิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อมรอบตัวสำหรับการดำรงชีวิตประจำวัน รวมถึงพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายและพี่เลี้ยง จนกระทั่งเราเผลอลืมไปว่า เด็กๆแทบจะทำอะไรเองไม่เป็นเลย เด็กจำนวนมากแยกไม่ออกระหว่างไข่เป็ดกับไข่ไก่ หรืไข่เค็ม เด็กโตขึ้นมาหน่อยที่สามารถหุงหาอาหารเองได้ แต่ก็ยังหุงข้าวไม่เป็นแม้จะหุงข้าวด้วยหม้อไฟฟ้าก็ตาม เด็กวัยรุ่นไม่น้อยที่จัดการกับเสื้อกระดุมหลุด กางเกงขาดไม่ได้ และยังมีอีกมากที่ยังทำกับข้าวไม่เป็นต่อให้มีของสดอยู่เต็มตู้เย็น

เมื่อเด็กๆโตขึ้นพวกเขาจะต้องออกไปใช้ชีวิตและมีชีวิตเป็นของตนเอง ดังนั้นพวกเขาควรจะต้องได้รับการฝึกให้ช่วยเหลือตัวเอง ได้ลองตัดสินใจอะไรเองบ้าง เพราะจะทำให้พวกเขาได้ฝึกทักษะในการคิดวิเคราะห์ และการตัด สินใจ ซึ่งอาจนำไปสู่ทักษะการเป็นผู้นำหรือทักษะอื่นๆอีก ซึ่งอาจจะเริ่มจากเรื่องง่ายๆ เช่น การเก็บของเล่น การเลือกสีทิ่ชอบ การเล่นกีฬาแล้วแพ้บ้างชนะบ้าง หรือการอดทนรอสิ่งที่พวกเขาต้องการ และให้ลองคิดหาวิธีการผ่านอุปสรรคบาง อย่างเองบ้าง หลายครั้งพ่อแม่อาจไม่ใจเย็นพอที่จะรอลูกคิดหรือตัดสินใจ จึงรีบทำให้ทุกอย่าง แต่พ่อแม่อาจลืมไปว่านั่นเป็นการจำกัดการเรียนรู้ของลูก ทำให้ลูกทำอะไรไม่เป็น หรือเป็นช้ากว่าเด็กคนอื่น หรือได้พัฒนาทักษะบางด้านน้อยกว่าที่ควร

การพัฒนาทางสมองของเด็กขึ้นอยู่กับการกระตุ้นทางสิ่งแวดล้อม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพของการเลี้ยงดูและระดับการปฏิสัมพันธ์ที่เด็กได้รับ เด็กทารกที่ได้รับการกอด หยอกล้อ อาทรและกระตุ้นทางการมองเห็นจะได้เปรียบเด็กที่ไม่ได้รับหลายเท่า เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดมีโอกาสที่จะพัฒนาทักษะทางด้านการรับรู้ ภาษา อารมณ์และสังคมอย่างเต็มที่ มีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์แข็งแรงและมีความเชื่อมั่นและรู้จักคุณค่าของตนมากกว่าเด็กที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ การพัฒนาในแต่ละด้านนี้ล้วนแต่มีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นผู้ใหญ่ของเรา เพราะประสบการณ์ในวัยเด็กเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อความเป็นตัวตนของเราในวันนี้ แม้สภาพแวดล้อมของบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงชีวิตวัยเด็ก

การปลูกฝังด้านคุณธรรมและจริยธรรมใหแก่เด็ก

by admin - November 26th, 2014

ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการทางจริยธรรมของเด็กมาก 

ดังนั้นทุกๆฝ่ายควรตระหนักถึงความสำคัญนี้มีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน และลดคุณค่าของวัตถุลง เด็กจะได้มีคุณธรรม พุทธศาสนาอยู่ในใจ และมีความประพฤติดีงามตามมา การจะสร้างเด็กให้เป็นคนมีคุณภาพแท้จริงนั้นเราควรจะให้ความสำคัญแก่จิตใจเป็นพิเศษ เด็กถึงจะกลายเป็นคนที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาประเทศชาติให้เจริญยิ่งขึ้นไปได้ ซึ่งบทบาทและความสำคัญของครอบครัวชาวพุทธในการปลูกฝังคุณธรรมในตัวเด็กเป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมเกี่ยวกับครอบครัวและเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

โลกนี้เป็นที่ใหม่สำหรับเด็ก และเขาต้องการผู้นำทางที่ไว้ใจได้ เขาถือว่าพ่อแม่เป็นตัวอย่างในทุกสิ่งทุกอย่าง เด็กต้องการความรักและความปลอดภัยจากพ่อแม่ จึงพร้อมที่จะทำสิ่งที่เป็นที่พอใจของพ่อแม่อยู่ตลอดเวลา พร้อมที่อยู่ในโลกที่พ่อแม่กำหนดให้ พ่อแม่จึงมีโอกาสยอดเยี่ยมที่จะให้สิ่งที่ดีงามแก่ลูก พ่อแม่จึงต้องคอยสำรวจดูว่า สิ่งแวดล้อมของเรามีผลต่อจิตใจของลูกอย่างไรบ้าง หน้าที่หนึ่งของผู้ปกครอง จึงน่าที่จะอยู่ที่การพยายามสร้างสัญญาหรือความจำที่ดีให้กับลูกว่า พ่อแม่ได้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูก ให้เวลา ให้ประสบการณ์ที่อบอุ่น ซึ่งช่วยให้ลูกมีความสุข แม้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ นึกถึงวัยเด็กเมื่อไรก็ยิ้มได้ นึกถึงวัยเด็กเมื่อไรก็มีความสุข

วัดถือเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความสำคัญในการอบรมสั่งสอนด้านวิชาการและศีลธรรมให้แก่คนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก่อนมีระบบโรงเรียน การจัดการศึกษาให้กับกุลบุตรจะใช้วัดเป็นสถานที่ให้การศึกษา อบรมสั่งสอนฝึกหัดกุลบุตรให้เป็นคนดีมีความรู้ จากการศึกษาวิวัฒนาการการศึกษาของไทยในอดีตสมัยกรุงสุโขทัย พบว่า การจัดการศึกษาจะเป็นหน้าที่ของบ้าน วัด สำนักปราชญ์ราชบัณฑิต และพระราชสำนัก โดยผู้ที่ทำหน้าที่ในการสอน ได้แก่ บิดามารดา พระสงฆ์ พราหมณ์ และราชบัณฑิต โดยสาระในการศึกษาจะสอนให้เด็กได้รับการพัฒนาในด้านพุทธิศึกษา จริยศึกษา พลศึกษา และหัตถศึกษา

การพัฒนามนุษย์ตามหลักพุทธศาสนา

ได้กล่าวถึงการฝึกฝนพัฒนามนุษย์ให้สมบูรณ์ตามหลักไตรสิกขา อันประ กอบด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา หรืออีกนัยหนึ่งคือ พฤติกรรม จิตใจ และปัญญาไปพร้อมกัน โดยเน้นที่การพัฒนาปัญญาเป็นแกนหลักสำคัญของกระบวนการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกฝนให้เกิดความรู้ความเข้าใจในสิ่งทั้งหลายตามที่เป็นจริง สามารถเข้าใจเหตุปัจจัยและแก้ไขปัญหาได้ มีความประพฤติที่เป็นมาตรฐานในสังคม มีจิตใจที่ผ่องใส เบิกบาน เป็นอิสระทั้งภายนอกและภายใน ดับความทุกข์ ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับตน สามารถเป็นที่พึ่งให้กับตนเองได้